ตอนที่ 4: ความโลภที่ไม่สิ้นสุด
“อย่ามาอวดดีกับฉันนะ โซเฟีย!” คุณหญิงดารินตวาด เสียงแหลมของเธอทำให้อัญชันและอนาวิน ลูกแฝดตัวน้อยของฉันเริ่มขยับตัวและส่งเสียงร้องไห้งอแงด้วยความตกใจ
ฉันรีบประคองร่างที่ยังเจ็บแผลคลอดเข้าไปโอบเปลลูกไว้ “คุณแม่เบาเสียงหน่อยค่ะ! ลูกๆ ตกใจหมดแล้ว และฉันก็บอกแล้วไงว่ายังไงก็ไม่เซ็น!”
“ไม่เซ็นก็ต้องเซ็น!” เบญจาตวาดสอดขึ้นมาทันที แววตาของเธอเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา “เธอคิดว่าลำพังเงินเดือนฟรีแลนซ์กระจอกๆ ของเธอ หรือเงินที่แบมือขอจากมาวิน จะเลี้ยงเด็กสองคนนี้ให้โตมาในสังคมไฮโซได้งั้นเหรอ? เอาลูกชายมาให้ฉัน! ส่วนลูกสาวเธอเอาไว้เอง เพราะยังไงเด็กผู้หญิงโตไปก็ไม่มีค่าอะไรกับตระกูลเราอยู่แล้ว!”
คำพูดที่เหยียดหยามทั้งตัวฉันและลูกสาว ทำให้อุณหภูมิในใจของฉันเดือดพล่าน 5 ปีที่ฉันยอมทนให้พวกเธอโขกสับ เพราะฉันเห็นแก่มาวิน และไม่อยากเอาอำนาจในมือมาใช้พร่ำเพรื่อ แต่ในวันนี้… พวกเธอเหยียบย่ำเข้ามาในเขตหวงห้ามของความเป็นแม่!
ตอนที่ 5: แขกที่ไม่ได้รับเชิญและการเผชิญหน้า
ก่อนที่คุณหญิงดารินจะอ้าปากด่าฉันต่อ ประตูห้อง VIP ก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง แต่คราวนี้ไม่ใช่มาวิน… ทว่ากลับเป็นชายในชุดสูทสากลสีเข้มสามคน พร้อมด้วยผู้รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลและพยาบาลอีกสองคน
“นี่พวกแกเป็นใคร?! ไม่มีมารยาทหรือไง เดินพรวดพราดเข้ามาในห้องคนอื่น!” คุณหญิงดารินหันไปโวยวายใส่ผู้มาใหม่ทันทีด้วยความถือดี
ชายวัยกลางคนที่เป็นผู้นำกลุ่มไม่แม้แต่จะหันไปมองคุณหญิงดาริน เขาก้าวตรงมาที่เตียงของฉัน ก่อนจะก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อมและทำความเคารพอย่างสูงสุด
“กราบเรียน ท่านผู้พิพากษาโซเฟีย ครับ” ชายคนนั้นกล่าวเสียงดังฟังชัด “ผม ‘อรรถพล’ เลขานุการประจำศาลฯ ครับ พอดีทางท่านอธิบดีผู้พิพากษารู้ข่าวว่าท่านคลอดบุตรแล้ว จึงมอบหมายให้ผมนำกระเช้าของขวัญและเอกสารด่วนมามอบให้ครับ และด้านนอก… มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางมาร่วมแสดงความยินดี และสแตนด์บายดูแลความปลอดภัยให้ท่านตามคำสั่งครับ”
คำว่า “ท่านผู้พิพากษา” และ “อธิบดี” ทำให้อากาศในห้องเงียบกริบลงทันทีราวกับถูกแช่แข็ง ใบหน้าของคุณหญิงดารินและเบญจาซีดเผือดลงในเสี้ยววินาที
“อ… อะไรนะ? เลขาซง เลขาศาล? ผู้พิพากษาเหรอ?!” คุณหญิงดารินพึมพำ เสียงสั่นเครือ สายตาเหลือบไปมองป้ายชื่อบนกระเช้าของขวัญสลักตราครุฑและตราสัญลักษณ์ของศาลยุติธรรมอย่างชัดเจน
ตอนที่ 6: ฉากทลายความโอหัง
ฉันพยุงตัวลุกขึ้นนั่งตรง แววตาที่เคยอ่อนโยนและยอมคน บัดนี้เปลี่ยนเป็นแววตาที่ดุดันเฉียบคมเฉกเช่นยามที่ฉันนั่งอยู่บนบัลลังก์ศาล ฉันจ้องลึกเข้าไปในตาของคุณหญิงดารินจนเธอต้องก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
“คุณอรรถพลคะ” ฉันเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลัง “ช่วยตรวจสอบเอกสารในซองสีน้ำตาลบนเตียงนี้ทีค่ะ มีคนกำลังพยายาม ‘บังคับขู่เข็ญ’ และ ‘พรากผู้เยาว์’ ไปจากอกมารดา โดยใช้เอกสารรับบุตรบุญธรรมที่ไม่มีความยินยอม”
คุณอรรถพลรีบหยิบเอกสารขึ้นมาดูทันที ก่อนจะหันไปทางคุณหญิงดารินและเบญจาด้วยสายตาจริงจัง “คุณหญิงดารินครับ… การกระทำแบบนี้เข้าข่ายใช้อิทธิพลมืด ข่มขู่ คุกคาม และพยายามพรากผู้เยาว์ แถมบุคคลที่คุณกำลังข่มขู่คือ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้น ที่มีอำนาจในการพิจารณาคดีความมั่นคงและคดีอาญาร้ายแรง… คุณรู้ไหมครับว่าโทษสถานหนักคืออะไร?”
“ม… ไม่จริง! ยัยนี่เนี่ยนะเป็นผู้พิพากษา?! เป็นไปไม่ได้! ก็นางนี่มันไม่มีงานทำ…” เบญจาร้องลั่นเหมือนคนสติหลุด
“ฉันไม่ได้ไม่มีงานทำค่ะพี่เบญจา” ฉันพูดขัดขึ้นมา เสียงเย็นเยือก “แต่หน้าที่การงานของฉันมันสูงเกินกว่าที่คนที่มีสมองไว้คิดแต่เรื่องโกงคดีอย่างพวกคุณจะเข้าใจ ที่ฉันไม่บอก… เพราะฉันรู้ดีว่า ถ้าคุณหญิงดารินรู้ว่าฉันเป็นใคร คุณคงจะเอาชื่อฉันไปข่มขู่คู่ค้า ไปวิ่งเต้นเคลียร์คดีหนีภาษีของบริษัทเครือคุณหญิงเหมือนที่เคยทำใช่ไหมล่ะคะ?”
คุณหญิงดารินหน้าถอดสีจนเป็นสีเทา มือไม้สั่นเทาจนทำอะไรไม่ถูก เธอรู้ดีว่าธุรกิจของเธอมีแผลซุกซ่อนอยู่มากมาย และการล่วงเกินผู้พิพากษาศาลสูงที่มีเส้นสายและกฎหมายในมือแบบนี้ เท่ากับเป็นการแกว่งเท้าหาเสี้ยนขั้นรุนแรง
บทส่งท้าย: บทเรียนราคาแพง
ในตอนนั้นเอง ประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง มาวินวิ่งหอบเข้ามาในห้องด้วยสภาพเหงื่อท่วมกายจากการรีบเดินทาง เมื่อเขาเห็นสถานการณ์และได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากคุณอรรถพล มาวินก็โกรธจนตัวสั่น
“คุณแม่… พี่เบญจา… พวกคุณทำเกินไปแล้ว!” มาวินตวาดลั่น “ผมยอมให้พวกคุณดูถูกโซเฟียมาตลอดเพราะโซเฟียขอไว้ แต่คราวนี้พวกคุณจะมาแย่งลูกของผม! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจะถอนเงินลงทุนทั้งหมดออกจากบริษัทของครอบครัว และถ้าพวกคุณยังกล้ามาวุ่นวายกับภรรยาและลูกของผมอีก ผมจะไม่ห้ามโซเฟียเลยถ้าเธอจะใช้กฎหมายจัดการกับพวกคุณให้ถึงที่สุด!”
คุณหญิงดารินถึงกับทรุดลงไปนั่งกับเก้าอี้ ความหยิ่งยโสและหัวโขน “คุณหญิง” ผู้สูงศักดิ์มลายหายไปสิ้น เธอและลูกสาวทำได้เพียงยกมือไหว้ขอโทษฉันซ้ำๆ ด้วยความกลัวซมซาน ก่อนจะรีบพากันวิ่งหนีออกจากห้อง VIP ไปอย่างหมดสภาพ
ฉันหันไปมองลูกแฝดทั้งสองที่ตอนนี้กลับมาหลับปุ๋ยอย่างปลอดภัยในเปล มาวินเดินเข้ามาโอบกอดฉันและลูกๆ ไว้ด้วยความรัก
ต่อจากนี้ไป… จะไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาดูถูก หรือคิดจะทำร้ายครอบครัวของฉันได้อีก เพราะพวกเขาได้รู้แล้วว่า ภายใต้ท่าทางที่เรียบง่ายของสะใภ้ติดดินคนนี้ คือผู้กุมอำนาจแห่งความยุติธรรมที่พร้อมจะฟาดฟันทุกคนที่คิดบังอาจมาแตะต้องดวงใจของเธอ!
- เสียงโทรศัพท์สายเดียวในคืนใจสลาย: แผนดัดหลังแม่ผัวใจยักษ์ (แนะนำ – ตรงกับเนื้อหาที่สุด)
- “กรีดชุดฉันทำไม? ในเมื่อชุดที่ฉันใส่… ทำพวกแกสิ้นเนื้อประดาตัว!”
- “ทิ้งเรียนส่งแฟนจนจบ วันรับปริญญาเขากลับคุกเข่าขอหญิงอื่นแต่งงาน…แต่ตอนจบหักมุมจนหน้าหงาย!”
- จุดจบของตู้เอทีเอ็มมีชีวิต: ฉันอายัดบัตรเครดิตของอดีตแม่สามีทันทีที่เซ็นใบหย่า แล
- “วิวาห์ล่มกลางโบสถ์! เจ้าสาวโยนแหวนทิ้ง หลังไฮโซจับพ่อแม่ขังหลังเสา ประจานความใจดำระงับงานแต่งทันที!”
Leave a Comment