จุดจบของคนลวงโลก และการเริ่มต้นใหม่
เสียงพูดของอดีตแฟนหนุ่มของฉันดังสะท้อนผ่านลำโพงทุกตัวในฮอลล์ มันเป็นคลิปแอบถ่ายจากกล้องหน้ารถและห้องพักหรูที่ดูเหมือนจะถูกบันทึกไว้ในหลาย ๆ ช่วงเวลา
“…เงินที่ยัยโง่นั่นส่งมา ฉันโอนเข้าบัญชีเธอหมดแล้วนะ เอาไปช้อปปิ้งกระเป๋าแบรนด์เนมที่เธออยากได้เลย” เสียงของเขาในวิดีโอดูประจบสอพลออย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
“แล้วเธอไม่กลัวยัยนั่นรู้เหรอ? อุตส่าห์ดรอปเรียนมาทำงานงก ๆ ส่งเงินให้เธอ” เสียงของผู้หญิงที่เป็นเจ้าสาวบนเวทีหัวเราะคิกคัก
“จะรู้ได้ไง? ฉันบอกยัยนั่นว่าค่าเทอมคณะนี้มันแพงขึ้นทุกปี ยัยโง่นั่นก็เชื่อสนิทใจ ที่ฉันยอมทนคบกับยัยนั่นก็แค่เพราะต้องการเงินมาประคองตัวจนกว่าจะจับเธอได้ต่างหาก… พอฉันเรียนจบ ได้แต่งงานกับลูกสาวมหาเศรษฐีแบบเธอ ฉันก็แค่โยนเงินคืนให้ยัยนั่นสักก้อน ถือเป็นค่าจ้าง!”
คนทั้งฮอลล์เงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ใบหน้าของชายหนุ่มบนเวทีที่เคยหล่อเหลาบัดนี้ซีดเผือดราวกับคนตาย หญิงสาวข้าง ๆ เขาเอามือปิดปากด้วยความอับอายและตื่นตระหนก

“ปิดมัน! บอกให้ปิดวิดีโอนี่ไง!” เขาตะโกนลั่นไมโครโฟนจนเสียงหวีดแหลม แต่ไม่มีใครฟัง
ชายชุดสูทที่ยืนข้างฉันยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น:
“ไม่ต้องห่วงครับ คนของผมควบคุมห้องมอนิเตอร์ไว้หมดแล้ว วิดีโอนี้จะฉายจนจบ”
ฉันหันไปมองเขาด้วยความสับสน “คุณคือใครคะ? แล้วทำไม…”
“ผมเป็นทนายความส่วนตัวของประธานบริษัทใหญ่… ซึ่งก็คือพ่อบังเกิดเกล้าของผู้หญิงบนเวทีคนนั้น” ชายชุดสูทอธิบาย “ท่านประธานระแคะระคายมานานแล้วว่า ว่าที่ลูกเขยคนนี้มีพฤติกรรมไม่โปร่งใส และแอบใช้บัญชีของลูกสาวเขาในการผันเงินแปลก ๆ จึงสั่งให้ผมสืบ จนกระทั่งพบความจริงว่า… เงินทั้งหมดที่ใช้จ่ายในชีวิตหรูหราของพวกเขาตลอดสามปี คือเงินจากหยาดเหงื่อแรงงานของคุณ”
เขาส่งแฟ้มเอกสารอีกฉบับให้ฉัน มันคือเอกสารฟ้องร้องและหลักฐานการฉ้อโกง
“ท่านประธานไม่ยอมรับคนลวงโลกแบบนี้มาเป็นลูกเขยแน่ ๆ และที่สำคัญ… ท่านต้องการคืนความยุติธรรมให้กับคุณ”
บนเวทีเกิดความโกลาหลขึ้นทันที เมื่อเศรษฐีนักธุรกิจ—พ่อของฝ่ายหญิง—เดินขึ้นไปบนเวทีด้วยใบหน้าโกรธจัด เขาคว้าไมโครโฟนมาแล้วประกาศก้อง:
“งานแต่งงานจะไม่มีวันเกิดขึ้น! และทุนการศึกษาทั้งหมดที่ผู้ชายคนนี้เคยได้รับ จะถูกยกเลิกและเรียกคืนย้อนหลัง พร้อมทั้งบริษัทในเครือของผมทั้งหมดจะแบล็กลิสต์ชื่อของเขาไปตลอดชีวิต!”
อดีตแฟนของฉันเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นเวที น้ำตาที่เคยไหลเพราะความสำเร็จ บัดนี้กลายเป็นน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง เขาหันมามองรอบ ๆ ฮอลล์อย่างคนลนลาน จนกระทั่งสายตาของเขาประสานเข้ากับฉันที่ยืนอยู่ท้ายงาน
เขาเห็นฉัน… เห็นช่อดอกไม้ที่ร่วงหล่น และเห็นแฟ้มเอกสารในมือของฉัน
เขารีบวิ่งลงจากเวที ตรงดิ่งมาหาฉันแล้วคุกเข่าลงแทบเท้า ท่ามกลางสายตาของคนนับพันที่มองมาด้วยความรังเกียจ
“…ดาว! ฉันขอโทษ! ฉันผิดไปแล้ว! ฉันทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ… เงินพวกนั้นฉันจะคืนให้เธอทั้งหมด! อย่าทำลายอนาคตของฉันเลยนะ!” เขาร้องไห้สะอึกสะอื้น พยายามจะจับชายเสื้อของฉัน
ฉันมองผู้ชายตรงหน้า… ผู้ชายที่ฉันเคยยอมทิ้งอนาคต ยอมมือหยาบกร้าน ยอมตากแดดตากลมเพื่อเขา แต่ในวันนี้ ความรักอันบริสุทธิ์ของฉันมันได้ตายจากไปหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงความสมเพช
ฉันถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเพื่อไม่ให้เขาแตะต้องตัว ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เด็ดขาด:
“เงินจำนวนมหาศาลที่นายโอนมาในสลิปเมื่อกี้… ฉันจะถือว่าเป็นเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยที่นายยืมฉันไป ส่วนเรื่องคดีความฉ้อโกงและการหลอกลวง… ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนายและกฎหมายแล้วกัน”
“ดาว! ไม่นะ! อย่าทำแบบนี้!” เขาร้องลั่น
“อ้อ… อีกอย่างหนึ่งนะ” ฉันมองเขาเป็นครั้งสุดท้าย “นายไม่ได้ทำลายอนาคตของฉันหรอก แต่นายเพิ่งทำลายอนาคตของตัวเองต่างหาก”
ฉันหันหลังเดินออกจากฮอลล์รับปริญญานั้นมา โดยไม่หันกลับไปมองเสียงกรีดร้องและเสียงอ้อนวอนของเขาอีกเลย
แสงแดดภายนอกอาคารวันนี้ช่างสว่างสดใสกว่าสามปีที่ผ่านมา ลมเย็น ๆ พัดผ่านใบหน้า เสมือนช่วยเป่าชะล้างความทุกข์ระทมที่ฉันแบกรับมาตลอดให้หายไปในพริบตา
ทนายความเดินตามฉันออกมาพร้อมกับยิ้มให้ “คุณดาวครับ ท่านประธานฝากบอกว่า หากคุณต้องการจะกลับเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะคณะไหน หรือมหาวิทยาลัยใดในประเทศนี้… ทางเรายินดีจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดจนจบปริญญาเอก เพื่อเป็นการชดเชยความดีและความเสียสละของคุณครับ”
ฉันหยุดเดิน น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง… แต่มันไม่ใช่สูญเสีย แต่มันคือน้ำตาแห่งความโล่งอกและการเริ่มต้นใหม่
“ขอบคุณค่ะ… ฉันจะกลับไปเรียนต่อแน่นอนค่ะ” ฉันตอบพร้อมรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
สามปีที่ผ่านมาอาจจะเป็นบทเรียนราคาแพงที่เกือบจะทำลายชีวิตของฉัน แต่มันก็ทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น จากนี้ไป ฉันจะไม่ยอมเสียสละเพื่อคนอื่นจนลืมรักตัวเองอีกแล้ว วันนี้… อนาคตที่แท้จริงของฉัน กำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยตัวของฉันเอง.
Leave a Comment