ตอนจบ: หน้ากากที่หลุดลุ่ย และจุดจบของทรชน
เมื่อเสียงระฆังของมหาวิหารดังขึ้น แขกผู้มีเกียรติระดับมหาเศรษฐีและคนดังกว่า 500 คนต่างนั่งประจำที่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความหรูหราอลังการ โดนย่า มาทิลดา, ฟิโอน่า และเกวน นั่งอยู่ที่แถวหน้าสุด พวกเธอเชิดหน้าชูคอ ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ สายตาจับจ้องไปที่ประตูโบสถ์ รอคอยที่จะได้เห็นฉันเดินเข้ามาในสภาพสิ้นไร้ไม้ตอก หรือไม่ก็รอฟังประกาศยกเลิกงานแต่งงานที่จะทำให้ฉันกลายเป็นตัวตลกไปตลอดชีวิต
ทันใดนั้น ประตูมหาวิหารเปิดออกกว้าง…
เสียงดนตรีบรรเลงเพลงแต่งงานดังกระหึ่ม แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของทุกคนกลับไม่ใช่หญิงสาวในชุดขาดวิ่น หรือเสียงร้องไห้ฟูมฟาย
ฉันเดินก้าวเข้ามาในโบสถ์ด้วยท่วงท่าที่สง่างามดั่งราชินี ในชุดแต่งงานผ้าไหมทอมือโบราณสีขาวนวล ประดับด้วยมุกแท้และงานปักมือที่ประณีตงดงามจนไม่สามารถประเมินค่าได้ มันไม่ใช่ชุดจากรันเวย์ปารีส แต่เป็น “ชุดแต่งงานของแม่แท้ๆ ของฉัน” ที่คุณพ่อแอบซ่อนไว้ในเซฟลับ พร้อมกับมงกุฎเพชรประจำตระกูลที่ส่องประกายระยิบระยับล้อแสงไฟ
ความงามที่ทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังนั้น ทำเอาแขกทั้งงานตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ อเล็กซานเดอร์ที่ยืนรออยู่ตรงปลายทางส่งยิ้มอย่างภาคภูมิใจมาให้ฉัน
ขณะที่ฉันเดินผ่านแถวหน้า โดนย่า มาทิลดา และลูกสาวทั้งสองถึงกับหน้าถอดสี อ้าปากค้างด้วยความช็อกและสับสน
“เป็นไปไม่ได้…! มงกุฎนั่น… ชุดนั่นมันของอดีตคุณผู้หญิงนี่!” มาทิลดาพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ ความโกรธและความริษยาแล่นพล่านจนหน้าเขียวหน้าเหลือง
ของขวัญแต่งงานชิ้นสุดท้ายจากคุณพ่อ
หลังจากพิธีสาบานตนอันศักดิ์สิทธิ์เสร็จสิ้นลง ก็ถึงเวลาที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะต้องกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ อเล็กซานเดอร์ส่งไมโครโฟนให้ฉันพร้อมกับบีบมือฉันเบาๆ เป็นสัญญาณว่า “ถึงเวลาแล้ว”
ฉันหันหน้าไปทางไมโครโฟน ยิ้มอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเหลือบสายตาไปทางแม่เลี้ยงและลูกติดของเธอ
“ขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้นะคะ” ฉันกล่าว เสียงของฉันดังกังวานไปทั่วทั้งฮอลล์ “ก่อนที่จะเริ่มงานเลี้ยง ฉันมีเรื่องสำคัญที่อยากจะประกาศ… และมี ‘ของขวัญชิ้นพิเศษ’ ที่คุณพ่อของฉันทิ้งไว้ให้ในเซฟลับ ก่อนที่ท่านจะจากไปมาเปิดเผยให้ทุกคนได้รับรู้ค่ะ”
สายตาของมาทิลดาเริ่มเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นกล่องไม้โบราณที่อเล็กซานเดอร์ถืออยู่
“หลายคนคงทราบดีว่า หลังจากคุณพ่อเสียชีวิต ทรัพย์สินและสิทธิ์การบริหารของ Real Estate Conglomerate ทั้งหมดถูกโอนย้ายไปอยู่ในมือของแม่เลี้ยงและลูกสาวของเธอ…” ฉันเว้นจังหวะ ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในตาของมาทิลดา
“แต่ความจริงก็คือ… เอกสารเหล่านั้นเป็น เอกสารปลอม ทั้งหมดค่ะ!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งมหาวิหาร นักข่าวที่มาร่วมงานเริ่มรัวแสงแฟลชเข้าใส่ทันที
“นี่คือ พินัยกรรมฉับจริง ของคุณพ่อ ที่มีทนายความประจำตระกูลและผู้ว่าการธนาคารเซ็นรับรองอย่างถูกต้อง” ฉันชูเอกสารขึ้น “ในพินัยกรรมระบุไว้ชัดเจนว่า ทรัพย์สิน 90% และอำนาจการบริหารทั้งหมด ต้องตกเป็นของฉัน—อิซาเบลลา แต่เพียงผู้เดียว ส่วนมาทิลดาและลูกๆ จะได้เพียงเงินยังชีพก้อนเล็กๆ เท่านั้น หากพวกเธอประพฤติตัวดี… แต่ตลอดสองปีที่ผ่านมา พวกเธอปลอมแปลงเอกสาร ยักยอกทรัพย์ และทารุณกรรมฉัน”
“ไม่จริง! แกมันนังงูพิษ! แกกุเรื่องขึ้นมา!” ฟิโอน่ากรีดร้องลั่นอย่างลืมตัวกลางงานแต่ง แต่เกวนรีบดึงแขนไว้ ใบหน้าของพวกเธอซีดเผือดไร้สีเลือด
จุดจบของความจองหอง
“ยังไม่หมดแค่นั้นค่ะ” ฉันพูดต่อด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ก่อนงานแต่งงานเพียง 3 ชั่วโมง มีคนใจบาปเข้าไปกรีดทำลายชุดแต่งงานจากปารีสของฉันจนพังยับเยินเพราะความอิจฉาริษยา พวกเขาคิดว่าจะทำลายวันสำคัญของฉันได้… แต่เสียใจด้วยนะ ที่ห้องแต่งตัวนั้นมี กล้องวงจรปิดซ่อนอยู่ และอเล็กซานเดอร์ได้ส่งหลักฐานทั้งหมด ทั้งเรื่องการปลอมแปลงเอกสารและการทำลายทรัพย์สิน ไปให้ทางตำรวจเรียบร้อยแล้ว”
พอสิ้นประโยค ประตูมหาวิหารก็เปิดออกอีกครั้ง… คราวนี้ไม่ใช่แขกเหรื่อ แต่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบหลายนายที่เดินตรงเข้ามา
“คุณมาทิลดา คุณฟิโอน่า และคุณเกวน… พวกคุณถูกจับกุมในข้อหาปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์, ยักยอกทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้าน และทำลายทรัพย์สินส่วนบุคคลครับ” ผู้กองประกาศเสียงดัง
แขกทั้งงานต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์และมองพวกเธอด้วยสายตารังเกียจเหยียดหยาม จากคุณหญิงคุณนายผู้ลากมากดีที่เคยเชิดหน้าชูตาในสังคม ตอนนี้พวกเธอไม่ต่างอะไรจากอาชญากรที่ถูกกระชากหน้ากาก
มาทิลดาทรุดฮวบลงกับพื้น ร้องไห้โฮอย่างหมดสภาพ ความหยิ่งยโสที่มีมาตลอดพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี ฟิโอน่าและเกวนพยายามขัดขืนและกรีดร้องโวยวาย แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใส่กุญแจมือและลากตัวออกไปจากงานแต่งงานของฉัน ท่ามกลางแสงแฟลชของนักข่าวที่รัวใส่ไม่ยั้ง
อาณาจักรที่พวกเธอแย่งชิงไป และความจองหองที่ใช้เหยียบย่ำฉัน… ถูกทำลายลงอย่างราบคาบภายในวันเดียว
ฉันหันกลับมาหาอเล็กซานเดอร์ เขายิ้มให้ฉันอย่างอบอุ่นและกุมมือฉันไว้แน่น
ชุดแต่งงานผ้าไหมของแม่ที่ฉันสวมใส่ในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเกราะกำบังที่สง่างาม แต่มันคือเครื่องเตือนใจว่า ความจริงและความดีงามจะชนะทุกสิ่งเสมอ
บัดนี้ ฉันได้ความยุติธรรมของคุณพ่อคืนมา ได้ครอบครองอาณาจักรที่ควรเป็นของฉัน และที่สำคัญที่สุด… ฉันกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความสุขที่แท้จริง กับผู้ชายที่รักฉันด้วยใจจริง โดยไม่มีความทุกข์จากอดีตตามมาหลอกหลอนอีกต่อไป
Leave a Comment