ร้อนแรง! ราคาทองรอบบ่ายวันนี้ (12/05/69) ประกาศครั้งที่ 17

ราคาทองคำรอบบ่ายวันนี้ 12 พฤษภาคม 2569 หลังเช้านี้ สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทิงครั้งที่ 1 (เปิดตลาด) เมื่อเวลา 09.07 น. ปรับขึ้นพรวดเดียว 850 บาท สู่บริเวณ72,45 บาท ล่าสุดเมื่อเวลา 13.47 น. สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองครั้งที่ 17 ปรับขึ้น 50 บาท รวมแล้ววันนี้ ปรับขึ้น 500 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำล่าสุดอยู่ที่ ทองรูปพรรณ ขายออก(บาท) 72,900.00 ฐานภาษี(บาท) 70,463.68 ทองคำแท่ง ขายออก(บาท) 72,100.00 รับซื้อ(บาท) 71,900.00 Gold spot 4,705.00 ค่าเงินบาท 32.38

กรมอุตุฯ ประกาศเตือน! พายุฝนฟ้าคะนองคืนนี้ เปิดรายชื่อ 43 จังหวัดโดนเต็มๆ

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ส่วนบริเวณ อ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย สำหรับประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศร้อนในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรง รวมทั้งฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง อีกทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 14 – 18 พ.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและ-มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่างจะเคลื่อนขึ้นไปปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ … Read more

โพสต์สุดท้าย “น้องเติ้ล” หนุ่มวิศวะปี 4 ก่อนดับ ยิ่งสลดใจหนัก

เปิดโพสต์สุดท้าย น้องเติ้ล นวริช เขื่อนใจ นักศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้าปี 4 ก่อนเสียชีวิตกะทันหันพร้อมคุณป้า ชีวิตกำลังไปได้สวยจากกรณีเหตุสลดกลางไร่มัน ฟ้าผ่าป้า-หลาน ดับคู่ ขณะเก็บของหนีฝนกลางกระท่อม ญาติเศร้าต้องใช้รถไถลุยโคลนนำร่างออกจากจุดเกิดเหตุ ด้านหลานชายชื่อว่า “น้องเติ้ล” ยังเป็นนักศึกษาวิศวะปี 4 อดีตรองนายกนักศึกษา และนักฟุตบอลทีมท้องถิ่น เพิ่งโพสต์ภาพน่ายินดีไปเพียง 1 วันก่อนเสียชีวิต น่าสลดใจอนาคตน้องยังไปได้อีกไกล โพสต์สุดท้าย น้องเติ้ล หนุ่มวิศวะปี 4 ก่อนดับ ยิ่งสลดใจหนัก โพสต์สุดท้าย น้องเติ้ล หนุ่มวิศวะปี 4 ก่อนดับ ยิ่งสลดใจหนักโดยสืบเนื่องจากเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 11 พ.ค.69 พ.ต.ต.โยธิน เทศศรีเมือง สว.(สอบสวน) สภ.สบปราบ จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุฟ้าผ่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในไร่มันสำปะหลังบริเวณรอยต่อ หมู่ 1 ต.นาแส่ง อ.เกาะคา และหมู่ 4 ต.แม่ก๊วะ … Read more

หมอปลาย เตือน 3 ราศี ดวงครึ่งปีหลังระวังหนัก อย่าใช้ชีวิตประมาท

หมอปลาย พรายกระซิบ เตือน 3 ราศี ดวงครึ่งปีหลังระวังหนัก มีเกณฑ์โดนเอาเปรียบไม่รู้ตัว อย่าใช้ชีวิตด้วยความประมาทรายการ คนดังนั่งเคลียร์ DEEP TALK เผยคลิปคำทำนายจาก หมอปลาย พรายกระซิบ กับประเด็น “ทำนายครึ่งปีหลัง ดวงสุดปัง! เงินลอยมา รับทรัพย์ปาฏิหาริย์?!?” ซึ่งมีทั้งราศีดวงเฮง และราศีที่ต้องระวังเป็นพิเศษ สำหรับราศีที่ดวงปัง งานเด่น โอกาสวิ่งเข้าหา ได้แก่ ราศีกุมภ์ ราศีพิจิก และราศีมิถุน โดยหมอปลายระบุว่า ทั้ง 3 ราศีนี้ ไม่ว่าจะทำงานหรือเดินทางก็มีเกณฑ์ประสบความสำเร็จง่ายขึ้น ได้รับโอกาสดี ๆ เข้ามาแบบไม่ต้องเหนื่อยเหมือนที่ผ่านมา ส่วนราศีที่มีเกณฑ์โชคลาภ เงินเข้ามาแบบไม่คาดคิด ได้แก่ ราศีพฤษภ ราศีกรกฎ และราศีพิจิก ซึ่งแนะนำให้หมั่นสวดมนต์ กรวดน้ำ และทำบุญเสริมดวง เพื่อเปิดทางรับทรัพย์ ขณะเดียวกัน ยังมี 3 ราศีที่ต้องเฝ้าระวัง โดยราศีธนู ให้ระวังเรื่องสุขภาพ การติดเชื้อ รวมถึงอุบัติเหตุเกี่ยวกับกระดูก ราศีสิงห์ … Read more

วิญญาณหลุมศพและศีรษะที่สาบสูญ ณ โค้งมรณะ​ 🥲⭕⚠️

ท้องฟ้ามืดสนิทราวกับน้ำหมึก ลมพัดกรรโชกปะทะกระจกรถส่งเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงผู้หญิงกำลังร้องไห้คร่ำครวญขอความช่วยเหลือ วิบูลย์ และเพื่อนที่ชื่อ โซคา กำลังเดินทางกลับจากการไปส่งของที่ต่างจังหวัดกลางดึก วิบูลย์เป็นคนขับรถที่มีความกล้าบ้าบิ่นจนถึงขั้นดูหมิ่นเรื่องลี้ลับ ส่วนโซคาที่กำลังง่วงนอนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมเหงื่อที่ไหลโชกแผ่นหลัง เมื่อรถเข้าใกล้ “โค้งมรณะ” บนทางหลวงหมายเลข 4 โซคาเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและติดขัด: “วิบูลย์! ช้าหน่อย… เขาว่าโค้งข้างหน้านี้เฮี้ยนมาก ผีหลอกดุยิ่งกว่าผีที่วัดเสียอีก” วิบูลย์หัวเราะเยาะพร้อมส่ายหัว: “แกนี่มันขวัญอ่อนไม่เข้าเรื่อง! ถ้ามันแน่จริงก็ให้มันออกมา อย่าอยู่แต่ในหลุมเลย เดี๋ยวพ่อจะชนให้กระเด็นเลย!” ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็แปรปรวน ฝนตกหนักราวกับใครเอาน้ำมาสาด พร้อมสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบไปทั่วท้องฟ้า หมอกหนาจัดจนมองเห็นถนนไม่เกินห้าเมตร แสงไฟหน้ารถอันทรงพลังสาดไปกระทบร่างของใครบางคนที่ยืนนิ่งสนิทอยู่กลางโค้ง วิบูลย์ตกใจสุดขีดเหยียบเบรกจนมิด: “เอี๊ยดดด!” เสียงล้อยางเสียดสีกับถนนดังขึ้นอย่างน่าประหลาด รถหยุดกึกลงห่างจากชายคนนั้นเพียงแค่หนึ่งคืบ ชายคนนั้นสวมเสื้อยืดสีขาวที่ขาดรุ่งริ่งและชุ่มไปด้วยเลือดสีดำ แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่หัวใจแทบหยุดเต้นและหยุดหายใจพร้อมกันก็คือ ชายคนนั้นไม่มีหัว! เลือดสดๆ ยังคงไหลซึมออกมาจากลำคอที่ขาดรุ่งริ่ง ในขณะที่มืออันซีดเผือดทั้งสองข้างกำลังคลำสะเปะสะปะบนพื้นดิน ราวกับกำลังตามหาศีรษะของตนที่หลุดหายไป โซกากลัวจนนิ่งแทบไม่รู้ตัว เขาพยายามจะเปิดประตูรถเพื่อวิ่งหนี แต่ประตูรถกลับล็อคตายไม่สามารถเปิดได้แม้จะพยายามดึงจนที่จับประตูแทบหลุดก็ตาม ทันใดนั้น มีเสียงบางอย่างดังขึ้นจากบนหลังคารถอย่างชัดเจน: “กุก… กุก… ครืด…!” เสียงนั้นเหมือนมีของหนักมากกำลังลากศพที่เน่าเปื่อยบนหลังคารถมาทางด้านหน้า วิบูลย์เงยหน้ามองผ่านกระจกด้านบนด้วยดวงตาที่เบิกโพลง ทันใดนั้น ศีรษะของมนุษย์ ที่มีผมยาวรุงรังก็ตกลงมากระแทกติดกับกระจกหน้ารถตรงหน้าวิบูลย์พอดี หัวนั้นมีดวงตาข้างหนึ่งถลนออกมา อีกข้างมีหนอนกำลังชอนไช จ้องมองมาที่วิบูลย์อย่างเคียดแค้น … Read more

ความลับบ้านไม้เก่าและวิญญาณไร้หัว (ความลับของบ้านร้างและผีหัวขาด)

ในหมู่บ้านห่างไกลในจังหวัดกาญจนบุรี เสียงนกเค้าแมวร้องระงมไปทั่วป่า ชัย บุญศรี และนารี พากันเดินทางไปยังบ้านไม้สองชั้นเก่าแก่ท้ายหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่สมัยสงคราม ชัยหัวเราะเยาะเพื่อนๆ แล้วพูดว่า: “โลกนี้ไม่มีผีหรอก มีแต่คนที่กลัวไปเองทั้งนั้น!” นารีเดินตัวสั่นเทิ้ม ถือเทียนเล่มหนึ่งที่เปลวไฟไหวระริกตามแรงลมหนาวที่ผิดปกติ บุญศรีหยุดกึกที่หน้าประตูแล้วกระซิบว่า: “ชัย… นายดูบนบันไดนั่นสิ ไอสีดำกำลังแผ่ออกมาแล้ว” แต่ชัยไม่ฟัง เขาเดินดุ่มๆ เข้าไปในบ้านอย่างท้าทาย ขณะที่พวกเขากำลังเดินสำรวจห้องนั่งเล่นที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ ทันใดนั้นก็มีเสียงบางอย่างดังมาจากหลังผนังไม้: “ตึก… ตึก… ตึก…” มันเหมือนเสียงคนกำลังเอาหัวโขกกับผนัง นารีกรีดร้องด้วยความกลัวแล้วกอดแขนพี่ชายแน่น ทันใดนั้น เทียนในมือเธอก็ดับวูบลงจนมืดสนิท ชัยรีบเปิดไฟฉายส่องไปที่ผนัง แต่สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่กำแพงว่างเปล่า แต่มันคือรอยเลือดสดๆ ที่กำลังไหลซึมออกมาจากร่องไม้ผนัง กลิ่นเน่าเหม็นเหมือนซากศพโชยมาแตะจมูกพวกเขาอย่างรุนแรง บุญศรีตะโกนบอกให้ทุกคนวิ่ง แต่ประตูทุกบานกลับปิดสนิทราวกับมีมือยักษ์มาฉุดไว้ ทันใดนั้น กลางห้องโถง เงาร่างของผู้หญิงในชุดสไบสีขาวที่เปื้อนเลือดสีแดงฉานค่อยๆ ปรากฏขึ้นช้าๆ สิ่งที่น่าสยดสยองที่สุดคือ เธอไม่มีหัวอยู่บนบ่า! บนบ่าของเธอมีเพียงเส้นเลือดและกระดูกคอที่ขาดรุ่งริ่ง มือขวาของเธอกำลังหิ้ว “ศีรษะ” ของตัวเองที่ผมเผ้ารุงรัง หัวนั้นลืมตาโพลน จ้องมองชัยด้วยความโกรธแค้น แล้วอ้าปากที่เต็มไปด้วยเลือดกระซิบว่า: “หาหัวให้กู… เอาหัวกูคืนมา…” ชัยตกใจสุดขีดจนล้มหงายหลัง วิ่งถอยร่นไปชนกับตะกร้าใบหนึ่งที่วางอยู่ใกล้ๆ เมื่อไฟฉายส่องเข้าไปในตะกร้า เขาพบว่ามีหัวมนุษย์หลายหัวที่แห้งกรังกำลังจ้องมองกลับมาที่เขา ในขณะที่พวกเขากำลังสิ้นหวัง … Read more

เสียงสากตำข้าวยามเที่ยงคืน!!!

ในหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญแห่งหนึ่งในจังหวัดโพธิสัตว์ มีบ้านไม้เก่าหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ท้ายหมู่บ้าน สภาพบ้านผุพังตามกาลเวลาและถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์ ชาวบ้านต่างรู้ดีว่าบ้านหลังนี้มี “เจ้าที่” ที่เฮี้ยนจัด จนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเดินผ่านในยามวิกาล ศักดิ์ ชายหนุ่มจากกรุงเทพฯ ผู้ยึดมั่นในหลักการเหตุผลและไม่เคยเชื่อเรื่องวิญญาณ เขาต้องเดินทางมางานแต่งงานของเพื่อนสนิทในหมู่บ้านนี้ แต่เนื่องจากบ้านเพื่อนมีแขกเหรื่อเต็มไปหมด ศักดิ์จึงอาสาไปนอนที่บ้านไม้เก่าหลังนั้น เพราะเห็นว่ามันกว้างขวางและสงบดี แม้ผู้เฒ่าผู้แก่จะเตือนด้วยสายตาที่หวาดกลัวก็ตาม คืนแรก… บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง อากาศเริ่มเย็นยะเยือกผิดปกติ ศักดิ์พยายามข่มตานอนบนแคร่ไม้เก่าๆ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเที่ยงคืน “ตึก… ตึก… ตึก…” เสียงสากกระทบลงในครกไม้ดังมาจากใต้ถุนบ้าน มันเป็นจังหวะที่หนักแน่นและสม่ำเสมอ ศักดิ์สะดุ้งตื่นด้วยความหงุดหงิด คิดว่าใครมาทำกับข้าวอะไรตอนนี้? เขาหยิบไฟฉายแล้วค่อยๆ คลานไปที่รอยแตกของพื้นกระดานเพื่อแอบดู ท่ามกลางแสงจันทร์สลัว เขาเห็นเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่ง สวมชุดสไบสีขาวที่ขาดรุ่งริ่งและเปื้อนคราบดินแดง เธอกำลังยืนตำข้าวด้วยท่าทางแข็งขัน แต่เมื่อศักดิ์เพ่งมองดีๆ เขาก็ต้องค้างเติ่งด้วยความสยองขวัญ… เพราะบนบ่าของผู้หญิงคนนั้นไม่มีศีรษะ! สิ่งที่อยู่ในครกไม่ใช่ข้าวเปลือก แต่มันคือเศษเนื้อและก้อนเลือดสีดำสนิทที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้งขึ้นมาถึงข้างบน ทุกครั้งที่สากกระแทกลงไป เลือดจะกระเด็นเปื้อนขาที่ซีดเผือดของนาง ศักดิ์พยายามจะร้องแต่ไม่มีเสียง เขาเตรียมจะคลานหนี แต่ทันใดนั้น เสียงลมพัดกรรโชกแรงจนหน้าต่างทุกบานเปิดออกเอง พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเฉียบข้างใบหู: “ตำให้เสร็จ… แขกมาแล้ว… ต้องต้อนรับแขกให้ดี…” ศักดิ์ค่อยๆ หันหน้าไปตามเสียงนั้นอย่างช้าๆ สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงไร้หัวคนเดิม บัดนี้มายืนอยู่ซ้อนหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ในมือที่เน่าเปื่อยของนางหิ้ว “ศีรษะ” ของตัวเองเอาไว้ … Read more

แม่ของฉันเคยพูดว่า ลูกสาวคนเดียวของตระกูลใหญ่ชื่อดังในอีโลอิโล เปรียบเสมือนอัญมณีล้ำค่า

แม่ของฉันเคยพูดว่า ลูกสาวคนเดียวของตระกูลใหญ่ชื่อดังในอีโลอิโล เปรียบเสมือนอัญมณีล้ำค่าที่ไม่ควรถูกยกให้แต่งงานไกลบ้าน หลังจากฉันเรียนจบ แม่จึงค่อย ๆ คัดเลือกผู้ชายที่เหมาะสมจากคนในพื้นที่ให้ฉันอย่างพิถีพิถัน และคนนั้นก็คือ ดิเอโก ศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเลือดของโรงพยาบาลรัฐบาลขนาดใหญ่ในเมืองนี้ เขามีใบหน้าที่ใครเห็นก็ยากจะลืม บุคลิกเย็นชาแต่สง่างาม และเป็นแพทย์ที่เก่งมาก แม้อายุยังน้อย แต่กลับเป็นเสาหลักของแผนก — ชายในฝันของพยาบาลและเจ้าหน้าที่แทบทุกคนในโรงพยาบาล ชีวิตคู่ของเราเริ่มต้นจากประวัติที่สมบูรณ์แบบ และการเห็นชอบของทั้งสองครอบครัว วันที่เราไปจดทะเบียนสมรส ดิเอโกเพิ่งออกมาจากการผ่าตัดใหญ่ ความเหนื่อยล้ายังคงชัดเจนในดวงตาของเขา เขามองฉันด้วยสายตาสงบนิ่ง ไร้อารมณ์ ราวกับว่าฉันเป็นเพียงเอกสารอีกฉบับที่เขาต้องเซ็น “เลียน ผมหวังว่าเราจะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างราบรื่น” เสียงของเขาไพเราะ แต่เย็นชาจนแทบไม่มีความอบอุ่นอยู่เลย บ้านของเราเป็นคอนโดหรูใจกลางมาคาติ ซึ่งครอบครัวฉันเตรียมไว้ให้เป็นของขวัญแต่งงาน แต่ชีวิตหลังแต่งงานของเรา หากจะอธิบายด้วยคำเพียงคำเดียว ก็คือ — เย็นชา เขาใช้ชีวิตเหมือนเครื่องจักรที่ทำงานตามโปรแกรมเป๊ะ ๆ ออกบ้านแต่เช้า กลับบ้านก็ดึกดื่น ถ้าไม่อยู่โรงพยาบาล ก็อยู่ระหว่างเดินทางไปที่นั่น พวกเราเหมือนคนสองคนที่แชร์บ้านเดียวกัน มากกว่าจะเป็นสามีภรรยา ฉันทำอาหาร เขาก็กินเงียบ ๆ แล้วพูดเพียงว่า“ขอบคุณนะ” ฉันรีดเสื้อกาวน์ให้ เขาแค่พยักหน้า“เหนื่อยแย่เลย ขอบคุณ” ทุกอย่างสุภาพ เรียบร้อย และเพียงพอ — … Read more

ในช่วงวันหยุดวันที่ 1 พฤษภาคม ฉันอุ้มลูกสาววัยยังไม่ถึงหนึ่งขวบแนบอกไปด้วย ขณะเดินขายข้าวห่อไปด้วย

ในช่วงวันหยุดวันที่ 1 พฤษภาคม ฉันอุ้มลูกสาววัยยังไม่ถึงหนึ่งขวบไว้แนบอก ขณะเดินขายข้าวกล่องอยู่ริมทางด่วน (expressway) ใกล้จะเย็นแล้ว หลังจากขายข้าวห่อสุดท้ายได้ ฉันก็หามุมเงียบ ๆ เพื่อให้นมลูก ทันใดนั้น รถบ้านคันหนึ่งที่ดูคุ้นตาก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่จุดพักรถ ผู้หญิงแต่งตัวหรูหราคนหนึ่งโผล่ออกมาจากหน้าต่างฝั่งผู้โดยสารแล้วโบกมือเรียกฉัน “เฮ้ แม่ค้าขายข้าว! ยังมีข้าวร้อน ๆ อยู่ไหม? เอาสองชุดสิ ดูเธอเหนื่อยมากเลยนะ” ฉันเดินเข้าไปแล้วยื่นข้าวห่อสุดท้ายให้“เหลือแค่นี้แล้วค่ะ จริง ๆ ตั้งใจจะเก็บไว้กินเอง สามีคุณใจดีจังเลยนะ พาคุณมาเที่ยวโรดทริปแบบนี้ด้วย” ผู้หญิงคนนั้นยิ้มเยาะ“แน่นอนสิ ก็ฉันเพิ่งคลอดลูกชายหน้าตาดีให้เขานี่นา! อีกเดี๋ยวแม่สามีก็จะมาสมทบแล้ว เธอบอกว่าเมียเก่าโง่ ๆ ที่อยู่บ้านน่ะ แม้แต่ไข่ยังไม่มีปัญญากิน ปล่อยให้เฝ้า ‘ตัวขาดทุน’ อย่างลูกสาวคนนั้นไปเถอะ จะได้ไม่ออกมาทำลายบรรยากาศเที่ยวของพวกเรา!” “ผู้หญิงอย่างพวกเราน่ะ ต้องรู้จักใช้เงินผู้ชาย ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะจบแบบเธอ—วันหยุดทั้งที ยังต้องมายืนขายข้าวอยู่ข้างถนน” ฉันเห็นสามีของตัวเอง คาเลบ เดินลงมาจากฝั่งคนขับแล้วตรงไปยังจุดสูบบุหรี่ ทั้งที่เขาบอกฉันชัดเจนว่า ช่วงวันหยุดนี้เขาจะขึ้นไปยังอารามห่างไกลบนภูเขาที่เบงเก็ต เพื่อถือศีลอดและสวดภาวนาให้แม่ของเขาที่ป่วยกับลูกแรกเกิดของเรา แล้วทำไมเขาถึงกำลังขับรถบ้านคันนี้ บนเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังอิโลกอส? ฉันล้วงหากุญแจสำรองของรถบ้านในกระเป๋า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วโทรหาศูนย์ฉุกเฉินทางหลวง “ฮัลโหล? รถบ้านของฉันถูกขโมย … Read more

“เอาขึ้นมาให้หมด ทุกเหรียญเลย เงินพวกนั้นมันมีค่าแค่นี้แหละสำหรับเธอ ในบ้านหลังนี้ อีเลียนา”

เหรียญบนพื้นหินอ่อน พวกเขาเรียกฉันว่า “ขยะ” เป็นแค่คนอาศัย บุญคุณไม่มีค่าอะไรเลย ขณะที่ฉันคุกเข่าอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ วิงวอนขอยาให้ลูกของฉันที่กำลังจะตาย น้ำตาของฉันถูกหัวเราะเยาะ แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ คือในคืนนั้น ขณะที่พวกเขาฝังพ่อของตัวเองทั้งเป็นเพราะความโลภ พวกเขาก็กำลังขุดหลุมศพของตัวเองไปพร้อมกัน นี่คือเรื่องราวของการลุกขึ้นของฉัน ไม่ใช่เพื่อแก้แค้นด้วยความรุนแรง แต่เพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีและชีวิตที่พวกเขาได้ขโมยไปจากเรา “เอาขึ้นมาให้หมด ทุกเหรียญเลย อีเลียนา เงินพวกนั้นมีค่าแค่นี้แหละในบ้านหลังนี้… ต่ำยิ่งกว่าฝุ่นใต้รองเท้าฉันเสียอีก” เสียงแหลมของอิซาเบลาดังกรีดความเงียบของห้องรับแขกกว้างใหญ่ ราวกับกระจกแตกที่บาดอากาศจนขาดสะบั้น ตามมาด้วยเสียงเหรียญกระทบพื้นหินอ่อนแวววาว กระจายไปทุกทิศทางราวกับเศษเสี้ยวของความหวังที่ถูกทำลาย อีเลียนาไม่พูดอะไร เธอค่อยๆ คุกเข่าลง ไม่ใช่เพราะยอมแพ้ แต่เพราะเธอต้องการเงินทุกเหรียญนั้น มือที่ด้านและหยาบกร้านจากการขัดพื้นคฤหาสน์ตระกูลเด วิลลา สั่นเล็กน้อย ขณะก้มลงเก็บเหรียญทีละเหรียญอย่างเงียบงัน ในใจของเธอ ไม่ได้ยินคำด่าทอของพี่สะใภ้เลย สิ่งเดียวที่เธอได้ยินคือเสียงหายใจแผ่วเบาและหนักหน่วงของ “จุนจุน” ลูกชายวัยห้าขวบที่อยู่ในอีกห้องหนึ่ง ไข้ขึ้นสูงและต้องการยาปฏิชีวนะอย่างเร่งด่วน ศักดิ์ศรีของเธอถูกกลืนกินไปนานแล้วด้วย “ความจำเป็น” ถ้าการถูกมองว่าเป็นขยะคือหนทางเดียวที่จะช่วยชีวิตลูกได้ เธอก็พร้อมจะยอมรับมันโดยไม่ปริปากบ่น บนโซฟา “มาร์โก” สามีของเธอนั่งสูบบุหรี่อย่างสบายใจ เขาไม่ได้แม้แต่หันมามองเธอ สายตาจดจ่ออยู่กับโทรทัศน์ ราวกับร่างของภรรยาที่กำลังหมอบอยู่บนพื้นเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่ไม่สำคัญ “อย่าไปตามใจมันมากนะ อิซาเบลา” มาร์โกพูดอย่างเฉยชา ขณะควันบุหรี่ลอยขึ้นช้าๆ “เดี๋ยวมันจะคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ในเงินของเรา จำไว้ … Read more