เสียงสากตำข้าวยามเที่ยงคืน!!!

ในหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญแห่งหนึ่งในจังหวัดโพธิสัตว์ มีบ้านไม้เก่าหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ท้ายหมู่บ้าน สภาพบ้านผุพังตามกาลเวลาและถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์ ชาวบ้านต่างรู้ดีว่าบ้านหลังนี้มี “เจ้าที่” ที่เฮี้ยนจัด จนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเดินผ่านในยามวิกาล

ศักดิ์ ชายหนุ่มจากกรุงเทพฯ ผู้ยึดมั่นในหลักการเหตุผลและไม่เคยเชื่อเรื่องวิญญาณ เขาต้องเดินทางมางานแต่งงานของเพื่อนสนิทในหมู่บ้านนี้ แต่เนื่องจากบ้านเพื่อนมีแขกเหรื่อเต็มไปหมด ศักดิ์จึงอาสาไปนอนที่บ้านไม้เก่าหลังนั้น เพราะเห็นว่ามันกว้างขวางและสงบดี แม้ผู้เฒ่าผู้แก่จะเตือนด้วยสายตาที่หวาดกลัวก็ตาม

คืนแรก… บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง อากาศเริ่มเย็นยะเยือกผิดปกติ ศักดิ์พยายามข่มตานอนบนแคร่ไม้เก่าๆ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเที่ยงคืน

“ตึก… ตึก… ตึก…”

เสียงสากกระทบลงในครกไม้ดังมาจากใต้ถุนบ้าน มันเป็นจังหวะที่หนักแน่นและสม่ำเสมอ ศักดิ์สะดุ้งตื่นด้วยความหงุดหงิด คิดว่าใครมาทำกับข้าวอะไรตอนนี้? เขาหยิบไฟฉายแล้วค่อยๆ คลานไปที่รอยแตกของพื้นกระดานเพื่อแอบดู

ท่ามกลางแสงจันทร์สลัว เขาเห็นเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่ง สวมชุดสไบสีขาวที่ขาดรุ่งริ่งและเปื้อนคราบดินแดง เธอกำลังยืนตำข้าวด้วยท่าทางแข็งขัน แต่เมื่อศักดิ์เพ่งมองดีๆ เขาก็ต้องค้างเติ่งด้วยความสยองขวัญ… เพราะบนบ่าของผู้หญิงคนนั้นไม่มีศีรษะ!

สิ่งที่อยู่ในครกไม่ใช่ข้าวเปลือก แต่มันคือเศษเนื้อและก้อนเลือดสีดำสนิทที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้งขึ้นมาถึงข้างบน ทุกครั้งที่สากกระแทกลงไป เลือดจะกระเด็นเปื้อนขาที่ซีดเผือดของนาง

ศักดิ์พยายามจะร้องแต่ไม่มีเสียง เขาเตรียมจะคลานหนี แต่ทันใดนั้น เสียงลมพัดกรรโชกแรงจนหน้าต่างทุกบานเปิดออกเอง พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเฉียบข้างใบหู: “ตำให้เสร็จ… แขกมาแล้ว… ต้องต้อนรับแขกให้ดี…”

ศักดิ์ค่อยๆ หันหน้าไปตามเสียงนั้นอย่างช้าๆ สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงไร้หัวคนเดิม บัดนี้มายืนอยู่ซ้อนหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ในมือที่เน่าเปื่อยของนางหิ้ว “ศีรษะ” ของตัวเองเอาไว้ ผมยาวรุงรังพันกันยุ่งเหยิน ใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาถลนจ้องมองเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉีกถึงใบหู เลือดสดๆ ยังคงหยดติ๋งๆ ลงบนอกของศักดิ์

เขารวบรวมกําลังเฮือกสุดท้ายวิ่งหนีลงจากบ้าน แต่ไม่ว่าจะวิ่งไปทางไหน เขาก็จะกลับมาโผล่ที่หน้าครกใบเดิมเสมอ นางผีร้ายวางหัวลงข้างครกแล้วพูดด้วยเสียงแหบพร่า: “หนีทำไมล่ะ… มาช่วยกันตำสิ… เนื้อของเจ้าคงจะนุ่มดี…”

ศักดิ์ทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนที่สากไม้ขนาดใหญ่จะถูกยกขึ้นเหนือหัวของเขา…

เช้าวันรุ่งขึ้น ชาวบ้านพบศักดิ์นอนสลบอยู่กลางลานบ้านไม้เก่า ในปากของเขาเต็มไปด้วยแกลบและเศษเนื้อมือมนุษย์ที่เน่าเสีย ศักดิ์กลายเป็นคนเสียสติที่เอาแต่พึมพำว่า “ตำข้าว… แขกมาแล้ว…” ตลอดชีวิต ชาวบ้านเชื่อว่าวิญญาณนั้นคือเมียเจ้าของบ้านที่ถูกฆ่าตัดคอชิงทรัพย์ และนางยังคงรอคอย “แขก” มาเป็นวัตถุดิบในครกของนางตลอดไป

Leave a Comment

Leave a Comment