สำนักพระราชวัง แถลงการณ์ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงพระประชวร ฉบับที่ 7

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 สำนักพระราชวังแถลงการณ์ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงพระประชวร ฉบับที่ 7 ระบุว่า ตามที่สำนักพระราชวัง ได้มีแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ และทรงมีพระอาการแทรกซ้อนจากการติดเชื้อมาเป็นระยะ ความทราบทั่วกันแล้วนั้น คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาได้รายงานเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ คณะแพทย์ตรวจพบการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ทำให้พระอาการไม่คงที่ ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิต ผิดปกติ แม้ว่าคณะแพทย์ถวายเครื่องช่วยการทำงานของพระปัปผาสะ (ปอด) และพระวักกะ (ไต)อย่างต่อเนื่อง ถวายพระโอสถปฏิชีวนะหลายขนาน แนะนำสำหรับคุณ รวมทั้งพระโอสถกระตุ้นความดันพระโลหิตและพระโอสถควบคุมจังหวะการเต้นของพระหทัยเพิ่มเติมแล้ว พระอาการยังทรุดลง บ่งว่ามีการติดเชื้อ ที่รุนแรงและยังควบคุมไม่ได้ ส่งผลรบกวนการทำงานของพระอวัยวะสำคัญหลายระบบ 1 คณะแพทย์ยังคง ถวายการรักษาอย่างเต็มที่และติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป

แมงเม่านับแสนตัว ทำรถลงข้างทาง 16 คัน อันตรายมาก!

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 21 พ.ค.69 ที่ถนนสายบ้านโคกงาม-บ้านห้วยตาด ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย จ.เลย ตั้งแต่เมื่อคืนมีฝนตกลงมา ทำให้แมงเม่าบินมาเล่นเสาไฟฟ้าริมทางถนนทั้ง 2 ข้าง จนนอนตายเกลื่อนถนนนับแสนตัวเต็มไปหมด จนเช้าวันนี้มีรถเก่ง รถกระบะ รถพ่วง ที่วิ่งผ่านเส้นทางดังกล่าว ถนนลื่นจากตัวแมงเม่าเสียหลักลงข้างทางไป 8 คัน และมีรถที่เสียหลักหมุนเคว้งจนเกือบลงข้างทาง และชนกับรถที่วิ่งสวนทางมาอีก 8 คัน รวม 16 คัน ตร.สภ.ด่านซ้าย สภ.โกงาม กู้ภัยฯ และแขวงการทางเลยที่ 2 ต้องระดมเจ้าหน้าที่และรถยก ช่วยเหลือรถที่ประสบภัย ออกจากริมทางและถนน และทำการเก็บกวาดแมงเม่าที่ถนน โชคดีที่ไม่มีรถคันไหนได้รับบาดเจ็บ

อาลัย น้องแอล ว่าที่ผู้จัดการสาว เสียชีวิตจากเหตุรถไฟชนรถเมล์

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ครอบครัวของหญิงสาวผู้เสียชีวิต อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นพนักงานคลินิกเสริมความงามย่านศรีนครินทร์ ได้เดินทางเข้าดำเนินการเรื่องเอกสาร ภายหลังผลการตรวจดีเอ็นเอยืนยันว่าเธอคือหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางสาย 206 บริเวณทางตัดรถไฟถนนอโศก-ดินแดง โดยก่อนหน้านี้เมื่อวานที่ผ่านมา ทางครอบครัวได้เหมารถตู้เดินทางจากอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อนำบิดามาตรวจดีเอ็นเอเทียบเคียงกับร่างของผู้เสียชีวิต เนื่องจากยังมีอีก 2 ร่างที่ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิสูจน์ทราบ ในช่วงเช้าวันนี้ ทางครอบครัวได้เดินทางไปติดต่อเรื่องเอกสารที่สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน ก่อนจะเข้ารับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา พี่ชายของผู้เสียชีวิต อายุ 37 ปี ได้เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ภายหลังเกิดเหตุ บิดาได้โทรศัพท์มาหาตนพร้อมระบุว่าไม่สามารถติดต่อน้องสาวได้ ซึ่งในตอนแรกยังไม่ได้คิดว่าน้องสาวจะเป็นหนึ่งในผู้เคราะห์ร้ายจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ แต่เมื่อบิดาเริ่มมีความกังวลใจเพราะยังคงติดต่อไม่ได้ ประกอบกับได้รับทราบข่าวว่ายังมีผู้เสียชีวิตอีก 2 รายที่ยังพิสูจน์อัตลักษณ์ไม่แล้วเสร็จ ทางครอบครัวจึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อทำการตรวจดีเอ็นเอเมื่อวานนี้ ก่อนที่จะได้รับแจ้งข่าวร้ายในช่วงค่ำคืนว่าหนึ่งในร่างของผู้เสียชีวิตคือน้องสาวของตนเองจริง แนะนำสำหรับคุณ พี่ชายยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่ค่อยได้พูดคุยกับน้องสาวมากนัก จึงไม่ทราบว่าโดยปกติน้องสาวเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางหรือใช้วิธีใดในการเดินทาง กระทั่งมาทราบภายหลังว่าน้องสาวอยู่บนรถโดยสารประจำทางคันที่เกิดเหตุ ซึ่งตนยังคงรู้สึกตกใจและทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเปิดเผยเพิ่มเติมว่าน้องสาวยังมีอนาคตที่ก้าวไกล และกำลังจะเริ่มต้นการทำงานใหม่ในตำแหน่งผู้จัดการ ซึ่งยังคงอยู่ในสายงานด้านเสริมความงามเช่นเดิม ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายว่า ความปลอดภัยในชีวิตทุกวันนี้นั้นเป็นเรื่องที่อธิบายได้ยาก การเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ล้วนแฝงไปด้วยอันตราย ซึ่งมักจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นทุกวันจนกลายเป็นปัญหาซ้ำซากและไม่จบสิ้นเสียที … Read more

หมอ เตือนตรงๆ ถึงคนเกิดก่อนปี 2535 ควรตรวจเลือดทันที

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โพสต์ข้อความผ่านเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า แนะนำให้ผู้ที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 ควรเข้ารับการตรวจเลือดหาไวรัสตับอักเสบบีสักครั้ง เพื่อให้ทราบความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งตับได้ โดยระบุว่า คนที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 ควรไปตรวจเลือดดู ไวรัสตับอักเสบบี สักครั้ง รู้เร็ว ป้องกันมะเร็งตับได้นะ นพ.ฒัชชณพงศ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีให้กับเด็กแรกเกิดทั่วประเทศอย่างจริงจังในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2535 ทำให้ผู้ที่เกิดก่อนหน้านั้นจำนวนมากอาจไม่ได้รับวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด และบางรายอาจติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญ ไวรัสตับอักเสบบีสามารถแฝงอยู่ในร่างกายได้นานหลายสิบปีโดยไม่แสดงอาการ หลายคนมาทราบว่าติดเชื้ออีกครั้งเมื่อเริ่มมีภาวะตับแข็งหรือพัฒนาไปเป็นมะเร็งตับแล้ว ดังนั้น ผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 โดยเฉพาะผู้ที่ไม่แน่ใจประวัติการฉีดวัคซีน หรือไม่เคยตรวจมาก่อนเลย ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการเจาะเลือด หากตรวจพบว่ามีการติดเชื้อ ปัจจุบันมียาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยควบคุมเชื้อและลดความเสี่ยงต่อการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับได้อย่างมาก แต่หากยังไม่ติดเชื้อ แนะนำให้เข้ารับวัคซีนป้องกัน เนื่องจากวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีถือเป็นหนึ่งในวัคซีนไม่กี่ชนิดที่สามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย

ราคาน้ำมันวันนี้ 21 พฤษภาคม 2569

ราคาน้ำมันวันนี้ 21 พฤษภาคม 2569 บางจาก ปตท. ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นวันนี้ เป็นดังนี้ ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 52.39 บาท (โออาร์) แก๊สโซฮอล์ 98+ ลิตรละ 55.09 บาท (บางจาก) แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 44.90 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 44.53 บาท แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 37.90 บาท แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 33.84 บาท กลุ่มน้ำมันดีเซล ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 61.25 บาท (โออาร์) ดีเซล ลิตรละ 42.20 บาท (โออาร์) ดีเซล … Read more

ผันผวนหนัก!! ราคาทองวันนี้ 21 พ.ค.69

ราคาทองคำประจำวันที่ 21 พ.ค.2569 ดีดขึ้นแรง 850 บาท เปรียบเทียบกับราคาสุดท้ายของเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 71,150 บาท อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจาก สมาคมค้าทองคำ ที่เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ เมื่อเวลา 09.04 น.ที่ผ่านมา ทองคำแท่งมีราคารับซื้อในประเทศอยู่ที่บาทละ 70,150 บาท ขายออกบาทละ 70,350 บาท ตามประกาศครั้งที่ 1 ประกาศครั้งที่ 1 แนะนำสำหรับคุณ ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 70,150 บาท ขายออก บาทละ 70,350 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 68,750.60 บาท ขายออก บาทละ 71,150 บาท

ผู้เชี่ยวชาญเตือน “ขิง” ไม่ได้เหมาะกับทุกคน กินมากเกินไปอาจเสี่ยง…

หลายคนชอบกินขิง เพราะคิดว่าดีต่อสุขภาพ แต่แพทย์เตือน หากกินผิดวิธี หรือกินมากเกินไป อาจส่งผลต่อร่างกายโดยไม่รู้ตัว “ขิง” เป็นสมุนไพรที่อยู่คู่ครัวเอเชียมานาน หลายคนดื่มน้ำขิงตอนเช้า กินขิงดอง หรือใส่ขิงในอาหารเพราะเชื่อว่าช่วยขับลม แก้หนาว และดีต่อร่างกาย แม้ขิงจะมีสารต้านอนุมูลอิสระและมีประโยชน์หลายด้าน แต่ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับการกินขิงมากๆ โดยเฉพาะหากกินต่อเนื่องทุกวันในปริมาณสูง อาจระคายเคืองกระเพาะอาหาร ขิงมีฤทธิ์ร้อน หากกินตอนท้องว่าง หรือกินมากเกินไป อาจทำให้บางคนมีอาการแสบท้อง จุกเสียด หรือกรดไหลย้อน โดยเฉพาะคนที่มีโรคกระเพาะอยู่แล้ว ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะอาการอาจหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว อาจทำให้หัวใจเต้นเร็วในบางคน ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า การกินขิงเข้มข้นมากเกินไป เช่น น้ำขิงเข้มๆ หรืออาหารเสริมขิง อาจกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด จนบางคนรู้สึกใจสั่นหรือร้อนวูบวาบได้ เสี่ยงเลือดออกง่ายขึ้น ขิงมีฤทธิ์ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ซึ่งอาจส่งผลต่อคนที่กินยาละลายลิ่มเลือด หรือผู้ที่กำลังจะผ่าตัด แพทย์บางรายแนะนำให้หลีกเลี่ยงการกินขิงปริมาณมากก่อนผ่าตัด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกง่าย อาจกระทบระดับน้ำตาลและความดัน แม้บางงานวิจัยพบว่าขิงอาจช่วยเรื่องน้ำตาลและความดัน แต่หากกินร่วมกับยาประจำตัว อาจทำให้ระดับน้ำตาลหรือความดันลดลงมากเกินไปในบางคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ควรระวังการกินขิงเข้มข้นต่อเนื่องโดยไม่ปรึกษาแพทย์ • คนเป็นโรคกระเพาะ • ผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดี อย่างไรก็ตาม แพทย์ย้ำว่า “ขิงไม่ใช่อาหารอันตราย” หากกินในปริมาณเหมาะสม … Read more

คนไข้ใจแข็งทนปวดลิ้น 6 เดือน แค่เดินเข้ามาหมอใจเสีย ได้กลิ่นที่ไม่มีใครอยากเจอ

คนไข้ใจแข็งทนปวดลิ้น 6 เดือน แค่เดินเข้ามา กลิ่นมะเร็งโชยคลุ้ง! เปิดปากดูเจอเนื้องอกกินไปครึ่งซีก ลามสู่ระยะที่ 3 แพทย์เผยอุทาหรณ์เตือนใจ “ความกลัวและการผลัดวันประกันพรุ่ง” คือศัตรูที่ร้ายแรงกว่าโรคร้าย หลังพบคนไข้หญิงวัยกลางคนทนปวดลิ้นนานกว่าครึ่งปีเพราะกลัวการผ่าตัด จนเนื้องอกลุกลามกลายเป็นมะเร็งลิ้นระยะที่ 3 เสียโอกาสในการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไปอย่างน่าเสียดาย นพ. ลวี่หงจวิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ชาวไต้หวัน เปิดเผยผ่านแฟนเพจส่วนตัวถึงเคสที่น่าสลดใจในคลินิก โดยระบุว่าทันทีที่คนไข้รายนี้เดินเข้ามา เขาได้กลิ่นที่แพทย์หู คอ จมูก ทุกคนไม่อยากเจอ นั่นคือ “กลิ่นของเนื้องอก” ที่โชยออกมาจากช่องปาก เมื่อคนไข้เปิดปากเพื่อตรวจดูอาการ แพทย์ถึงกับใจเสียเมื่อพบเนื้องอกขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็นแผลพุพอง กินพื้นที่ลิ้นซีกขวาเกือบทั้งหมดลามไปถึงโคนลิ้น จากการซักประวัติพบว่า เมื่อ 6 เดือนก่อน คนไข้รายนี้เคยตรวจพบเซลล์ผิดปกติในระยะเริ่มต้นและแพทย์ได้แนะนำให้ทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่เนื่องจากเธอมีความกังวลเรื่องการต้องรับยาสลบและการผ่าตัด จึงเลือกที่จะหนีปัญหาและไม่กลับมาตรวจซ้ำ จนกระทั่งอาการรุนแรงขึ้นจนปวดและทานอาหารไม่ได้จึงกลับมาพบแพทย์อีกครั้ง มะเร็งลิ้น: ภัยเงียบที่ลุกลามได้รวดเร็ว นพ. ลวี่หงจวิน ระบุว่าเนื้องอกในครั้งนี้ลุกลามจากโคนลิ้นมาจนถึงปลายลิ้นและเกือบจะข้ามเส้นกลางลิไปอีกฝั่ง ผลการตรวจชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็นมะเร็งลิ้นระยะที่ 3 ซึ่งหากเธอเข้ารับการรักษาตั้งแต่ 6 เดือนที่แล้ว แผลอาจจะยังไม่ใหญ่ขนาดนี้และมีโอกาสหายขาดสูงกว่ามาก “หลายครั้งที่ทำให้โรคแย่ลงไม่ใช่ตัวโรคเอง แต่คือการผลัดวันประกันพรุ่ง” ทั้งนี้ … Read more

เกิดอะไรขึ้น! 4 ชีวิตดับยกครัว ใน 12 ชม. หลังกิน “แตงโม” แพทย์ชี้สาเหตุ ทำไมผลไม้ถึงทำให้เสียชีวิต

โศกนาฏกรรมสลด ครอบครัว 4 ชีวิตดับยกครัวใน 12 ชม. หลังกินแตงโม ผู้เชี่ยวชาญเผยสาเหตุ จุดเสี่ยงที่สารปนเปื้อน ทำอาการหนัก เกิดเหตุสะเทือนใจในต่างประเทศ เมื่อครอบครัวหนึ่งต้องจบชีวิตลงอย่างกะทันหันภายในเวลาไม่ถึง 12 ชั่วโมง หลังจากรับประทานอาหารตามปกติ และกินแตงโมเป็นของหวานในช่วงดึก เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจและตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของอาหารที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัยอย่างผลไม้ รายงานจากสื่อท้องถิ่นอินเดีย ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในนครมุมไบ ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ครอบครัว 4 คน ได้แก่ อับดุลลาห์ วัย 40 ปี นาสริน ภรรยาวัย 35 ปี และลูกสาว 2 คน อายุ 16 และ 13 ปี ได้ไปรับประทานอาหารร่วมกับญาติ ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านในช่วงดึก เริ่มจากมื้ออาหารปกติ ก่อนเกิดอาการผิดปกติรุนแรง หลังกลับถึงบ้านในเวลาประมาณ 01.00 น. ครอบครัวดังกล่าวได้กินแตงโมที่เตรียมไว้ ก่อนจะเข้านอนตามปกติ กระทั่งช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ … Read more

ซื้อกุ้งดูให้เป็น! เปิดคัมภีร์เลือก “กุ้งสด” vs “กุ้งฉีดสาร” จำไว้ใช้ได้ตลอดชีวิต ไม่โดนหลอกขาย

แม่ค้าไม่กล้าหลอก! วิธีดู “กุ้งสด” ของจริง ต้องเช็ก 6 จุดนี้ จำไว้ใช้ได้ตลอดชีวิต การไปจ่ายตลาดซื้อกุ้ง หลายคนมักติดนิสัย “เห็นตัวใหญ่ ผิวเงาๆ ดูอวบอ้วน” ก็รีบตักใส่ถุงทันที แต่รู้ไหมว่านั่นอาจเป็นกับดักที่ทำให้คุณได้กุ้งที่ไม่สด หรือแย่กว่านั้นคือได้ “กุ้งฉีดน้ำ/กุ้งแช่สารเคมี” กลับมาบ้าน พอเอามาทำอาหารเนื้อกลับยุ่ย รสชาติจืดชืด แถมเสียเงินแพงโดยใช่เหตุ วันนี้เรามีเทคนิคดู “กุ้งสดจริง” แบบเซียนมาฝาก แค่สังเกตตามนี้ รับรองว่าได้ของดี ปลอดภัย สบายใจทั้งครอบครัวครับ 1. ดูทรงกุ้ง: กุ้งธรรมชาติ ต้องไม่อ้วนกลมจนผิดปกติ อย่าเพิ่งพุ่งตัวไปหากุ้งที่ตัวตรงแด่วและอ้วนกลมปุ๊กลุก! เพราะกุ้งสดตามธรรมชาติ ตัวจะมีความโค้งงอเล็กน้อย ไม่แข็งทื่อ ยิ่งถ้าเห็นกุ้งที่ตัวยืดตรงผิดปกติ ปล้องบวมเป่งเหมือนลูกโป่งสูบลม ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าอาจโดน “ฉีดสาร” หรืออัดน้ำเพิ่มน้ำหนักครับ 2. เช็กหัวกุ้ง: จุดตายที่โกหกไม่ได้ จุดที่ดูง่ายที่สุดคือ “หัวกุ้ง” ครับ กุ้งสดหัวต้องติดแน่นกับลำตัว ไม่คลอนแคลน ลองจับดูต้องไม่รู้สึกว่าหัวจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ หากเห็นว่าหัวกุ้งเริ่มแยกออกจากตัว หรือมีน้ำไหลเยิ้มออกมาตรงรอยต่อ ระหว่างหัวกับลำตัว ให้วางลงทันที เพราะนั่นคือกุ้งเก่าหรือไม่ก็กุ้งที่ผ่านการดัดแปลงมาครับ 3. สัมผัสเปลือก: ต้องแห้ง ไม่เมือก … Read more