ซีอีโอหนุ่มหัวเราะเยาะอดีตภรรยาที่นั่งขายผักอยู่ในต่างจังหวัด……

ซีอีโอหนุ่มหัวเราะเยาะอดีตภรรยาที่นั่งขายผักอยู่ในต่างจังหวัด—แต่สร้อยข้อมือบนข้อมือของเด็กคนหนึ่ง กลับเปิดเผยความลับอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกซ่อนไว้มานานถึงสองปี

ในวินาทีที่ฉันเห็นอดีตภรรยานั่งอยู่ใต้เต็นท์เก่า ๆ ในตลาดเล็ก ๆ ข้างทาง ความรู้สึกบางอย่างก็ถาโถมเข้ามาจนจุกอก ไม่ใช่เพราะเธยากจนลง ไม่ใช่เพราะเสื้อผ้าของเธอซีดจาง แต่เป็นเพราะสายตาที่เธมองมาที่ฉันต่างหาก มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช ราวกับว่าคนที่น่าสงสารไม่ใช่เธอ แต่เป็นฉันเอง วันนั้น ฉันเดินทางกลับจากการไปติดต่อธุรกิจพร้อมกับคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกันในไม่ช้า ขณะที่รถยนต์ราคาแพงของเราแล่นผ่านตลาดเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง จู่ ๆ คู่หมั้นของฉันก็ชี้มือไปทางหนึ่ง — ดูนั่นสิ — นั่นใช่อดีตภรรยาของเธอหรือเปล่า? ฉันหันไปมอง และหัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้น อิซาเบล่า ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นภรรยาของฉัน ผู้หญิงที่หายไปจากชีวิตของฉันเมื่อเกือบสองปีก่อน

เธอนั่งอยู่ที่แผงขายผักเล็ก ๆ ที่เรียบง่าย ผมยาวของเธอถูกรวบมัดไว้อย่างเรียบร้อย เธอดูกระทัดรัดและซูบผอมกว่าแต่ก่อน ข้าง ๆ เธอมีเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง อายุประมาณขวบกว่า ๆ นั่งอยู่ในรถเข็นเด็กคันเก่า เด็กน้อยกำลังเคี้ยวขนมปังอย่างมีความสุข และฉันไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไม… แต่เพียงแค่แวบแรกที่ฉันมองเด็กคนนั้น ฉันกลับรู้สึกผูกพันอย่างประหลาด คู่หมั้นของฉันหลุดหัวเราะเยาะออกมา — ดูเหมือนชีวิตของเธอจะไม่ดีขึ้นเลยนะหลังจากที่ทิ้งเธอไป ฉันขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องหงุดหงิดกับคำพูดของคู่หมั้น สองปีแล้วสินะ ฉันเคยรักอิซาเบล่ามาก จนกระทั่งถึงวันที่หลักฐานทุกอย่างล้วนชี้เป้ามาที่เธอ เอกสารส่งออกที่ถูกส่งไปให้บริษัทคู่แข่ง รายการธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัย รวมถึงคลิปเสียงที่ดูเหมือนจะพิสูจน์ความผิดทุกอย่าง ในวันนั้น อิซาเบล่ายืนอยู่กลางห้องนั่งเล่นพลางร้องไห้โฮ — ฉันไม่ได้ทำนะคะ — มีคนใส่ร้ายฉัน แต่ฉันกลับไม่เชื่อเธอ ฉันคิดว่าเธอโกหก ฉันคิดว่าเธอหักหลังฉัน ในท้ายที่สุด ฉันจึงเซ็นใบหย่า และไล่เธอออกไปจากชีวิต นับตั้งแต่นั้นมา ฉันก็ไม่เคยเจอเธออีกเลย จนกระทั่งวันนี้ — พวกเราไปกันเถอะ คู่หมั้นของฉันเอ่ยเตือนอีกครั้ง ทว่าในวินาทีนั้นเอง เด็กน้อยในรถเข็นก็เงยหน้าขึ้นมา และที่ใต้แขนเสื้อของเด็กคนนั้น มีสร้อยข้อมือเงินเส้นหนึ่งโผล่พ้นออกมา โลกของฉันเหมือนหยุดหมุน สร้อยข้อมือเส้นนั้น… มันเป็นมรดกตกทอดของตระกูลเรา คุณย่าของฉันทำขึ้นมาเพียงสองเส้นเท่านั้น เส้นหนึ่งสำหรับฉัน และอีกเส้นหนึ่งสำหรับหลานคนแรกของตระกูล ฉันจำได้แม่นยำ หลังจากที่เราหย่ากัน สร้อยข้อมือเส้นนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ทุกคนในบ้านต่างช่วยกันตามหาแต่ก็ไม่พบ ฉันคิดว่าอิซาเบล่าเป็นคนขโมยมันไป แต่เธอไม่เคยยอมรับเลยสักครั้ง ทว่าในตอนนี้ มันกลับถูกสวมอยู่บนข้อมือของเด็กที่อยู่ตรงหน้าฉัน ฉันรีบก้าวลงจากรถทันที — เดี๋ยวก่อน! อิซาเบล่าชะงักฝีเท้า เธอค่อย ๆ หันกลับมามอง ดวงตาของเธอยังคงนิ่งสงบ — สร้อยข้อมือเส้นนั้นได้มาจากไหน? ฉันชี้ไปที่ข้อมือของเด็กน้อย เธอก้มมองมัน ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางเบา รอยยิ้มที่ทำให้ฉันรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างรุนแรง — ในที่สุด คุณก็สังเกตเห็นมันจนได้สินะ ฉันอึ้งไป — เธอหมายความว่ายังไง? เธอไม่ตอบ แต่กลับอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาแนบอก จากนั้นเธก็หยิบซองจดหมายเก่า ๆ ใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า — ฉันเคยคิดจะเก็บความลับนี้ไปจนวันตาย — แต่บางที มันอาจถึงเวลาที่คุณควรจะรู้ความจริงได้แล้ว มือของฉันสั่นเทาไปหมด และข้าง ๆ ตัวฉัน จู่ ๆ คู่หมั้นของฉันก็หน้าถอดสี นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเธอหวาดกลัวขนาดนี้ — พวกเราไปกันเถอะค่ะ! — อย่าไปฟังเรื่องโกหกของยัยนี่เลยนะคะ! คู่หมั้นของฉันพยายามจะแย่งซองจดหมายนั้นมา แต่อิซาเบล่าเร็วกว่า เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วดึงแฟ้มเอกสารหนาปึกอันหนึ่งออกมา สายลมพัดเอากระดาษบางแผ่นปลิวว่อน แผ่นหนึ่งในนั้นตกลงมาตรงแทบเท้าของฉัน ฉันก้มลงหยิบมันขึ้นมา และร่างกายก็แข็งทื่อไปในทันที มันคือผลตรวจดีเอ็นเอ (DNA test result) มีชื่อของฉันระบุชัดเจนว่าเป็นบิดา แต่สิ่งที่ทำให้ฉันช็อกยิ่งกว่าคือข้อความที่เขียนอยู่ด้านล่าง

Leave a Comment

Leave a Comment