นี่คือส่วนต่อจนจบเรื่องราวที่ซึ้งกินใจและหักมุมครับ:
“…แต่เขาคือพ่อบังเกิดเกล้าที่แท้จริง”
หัวใจของผมเต้นระรัว น้ำตาไหลพรากจนมองแทบไม่เห็นทาง ผมจำได้ดีถึงวันที่แอบเก็บเส้นผมของพ่อไปตรวจ เพราะสงสัยมาตลอดว่าทำไมผู้ชายคนหนึ่งถึงยอมสละชีวิตและเลือดเนื้อให้เด็กกำพร้าคนหนึ่งได้มากขนาดนี้
ความจริงก็คือ… พ่อเคยทำผิดพลาดในอดีต ตอนที่แม่ท้องผม พ่อไม่มีเงินและติดคุกขังด้วยข้อหาที่เขาไม่ได้ก่อ ทันทีที่เขาได้รับการปล่อยตัว แม่ก็จากโลกนี้ไปแล้ว และทุกคนรอบตัวก็รังเกียจขยะแขยงเขา พ่อจึงเลือกที่จะปิดบังความจริงนี้ไว้ ยอมสวมบทบาทเป็นแค่ “พ่อเลี้ยง” เพราะคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรที่จะใช้คำว่า “พ่อแท้ ๆ” ให้ผมต้องอับอายขายหน้า
ผมก้าวลงจากรถ ถือซองเอกสารทั้งหมดในมือแล้วเดินตรงไปที่บันไดโบสถ์ เสียงฝีเท้าของผมทำให้พ่อเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาที่ฝ้าฟางและบวมช้ำจากการร้องไห้คู่นั้นมองผมด้วยความสับสน
ผมคุกเข่าลงต่อหน้าเขาบนพื้นปูนที่สกปรก
“พ่อครับ…” เสียงของผมสั่นเครือ “ผมขอโทษ…”
ผมยื่นซองเอกสารทั้งหมดให้พ่อ พ่อหยิบเอกสารขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อเขาเห็นใบเสร็จค่าผ่าตัดที่จ่ายเงินครบทุกเซนต์ โฉนดบ้านหลังใหม่ และผลตรวจ DNA น้ำตาของชายแก่ก็ไหลทะลักออกมาอีกครั้ง
“ลูก… ลูกรู้แล้วเหรอ?” พ่อถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนคนหมดแรง
“ครับ ผมรู้แล้ว… รู้มาสามเดือนแล้ว” ผมกอดไหล่ที่ผอมบางและค่อมลงของเขาไว้แน่น “ที่ผมบอกว่าจะไม่ให้เงินพ่อแม้แต่เซนต์เดียว เพราะเงินพวกนั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับเลือดทุกหยดที่พ่อเคยขายเพื่อผม เงินเหล่านั้นมันเทียบไม่ได้กับชีวิตที่พ่อมอบให้ผม…”
ผมมองลึกเข้าไปในตาของเขา
“ต่อจากนี้ไป พ่อไม่ต้องกู้เงินใคร ไม่ต้องผ่อนอะไรทั้งนั้น บ้านหลังใหม่ คลินิกหมอที่ดีที่สุด และชีวิตที่เหลือของพ่อ… ผมจะเป็นคนดูแลเอง พ่อเหนื่อยมามากพอแล้วครับ”
พ่อเรย์มอนด์ไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงแค่ดึงตัวผมเข้าไปกอดแน่นหนาแน่นที่สุดเท่าที่เรี่ยวแรงของชายแก่คนหนึ่งจะทำได้ เสียงสะอื้นของพวกเราสองคนดังสะท้อนอยู่ในโบสถ์เล็ก ๆ แห่งนั้น
ในที่สุดผมก็เข้าใจแล้วว่า ความรักของพ่อนั้นไม่ได้วัดกันที่คำพูด หรือใบสูติบัตร… แต่มันถูกพิสูจน์ด้วยรอยแผลเป็นบนข้อพับแขนของเขา และความเสียสละที่ไม่มีวันสิ้นสุด
“ขอบคุณครับ… พ่อ”
Leave a Comment