
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เมื่อ ทราย สก๊อต ออกมาเปิดใจด้วยความรู้สึกเจ็บปวด หลังได้อ่านแถลงการณ์จาก บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด โดยยอมรับว่ารู้สึกเสียใจอย่างมากกับท่าทีและเนื้อหาที่ถูกสื่อสารออกมา
ทรายระบุว่า ธุรกิจและชื่อเสียงของ ตระกูลภิรมย์ภักดี เติบโตและยืนหยัดมาได้จากการสนับสนุนของสังคมมาโดยตลอด แต่สิ่งที่สะท้อนผ่านแถลงการณ์ครั้งนี้ กลับทำให้รู้สึกว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ได้แสดงบทบาทของการเป็นผู้นำทางจริยธรรมของสังคม และไม่ได้มอบความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ที่มองว่าตนเองเป็นเหยื่อของเหตุการณ์
เจ้าตัวยังตั้งข้อสังเกตว่า ในขณะที่อีกฝ่ายมีข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอยู่ก่อนแล้ว แต่กลับไม่มีการดำเนินการหรือแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อสาธารณชน จนทำให้เกิดคำถามต่อวิธีการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น
อีกประเด็นที่ทรายกล่าวถึงอย่างหนักแน่น คือการไม่เห็นด้วยกับการนิยามเหตุการณ์นี้ว่าเป็นเพียง “ความรุนแรงในครอบครัว” ตามที่ถูกกล่าวถึงในแถลงการณ์ โดยมองว่าแท้จริงแล้วควรถูกเรียกว่าเป็น “ความรุนแรงในตระกูล” มากกว่า
ทรายเปิดใจว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้จะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดและความทุกข์ส่วนตัว แต่ก็พยายามอดทนและเก็บความรู้สึกเอาไว้ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของครอบครัวและองค์กรมาโดยตลอด ทว่าสุดท้ายกลับรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับการปกป้องหรือความเข้าใจจากคนในตระกูลอย่างที่คาดหวัง
ช่วงท้ายของการเปิดใจ ทรายยังกล่าวขอโทษต่อสังคมแทนตระกูล พร้อมแสดงความผิดหวังต่อแนวทางการจัดการปัญหาที่มองว่าไม่ได้สร้างความหวังหรือกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ก่อนทิ้งประโยคที่กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากว่า
“ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่า คำว่า ‘หัวใจสิงห์’ ที่เคยได้ยินมาตลอด แท้จริงแล้วอาจเป็นเพียงคำโฆษณาเท่านั้น”
คำพูดดังกล่าวสะท้อนความผิดหวังอย่างรุนแรงของทรายต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และยิ่งทำให้ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่อง.
Leave a Comment