
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์ ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านแบ่งห้องเช่า โดยห้องที่เกิดเหตุถูกล็อกจากด้านในทั้งประตูหน้าและประตูหลัง ทำให้เจ้าของบ้านและเพื่อนร่วมงานต้องช่วยกันงัดประตูเข้าไป ตรวจสอบภายในห้องพบร่าง นายสัญลักษณ์ อายุ 48 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัย สภาพนอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นในลักษณะตะแคง ไม่สวมเสื้อ สวมเพียงกางเกงขาสั้น ภายในห้องมีการเปิดพัดลมไอน้ำและพัดลมทิ้งไว้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยของการต่อสู้หรือการรื้อค้นทรัพย์สินใดๆ
จากการสอบถามหัวหน้างานของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นเจ้าของห้องเช่าดังกล่าว เปิดเผยว่า ในตอนเช้าผู้ตายมีกำหนดต้องไปเข้าเวรตามปกติ แต่เมื่อถึงเวลาผลัดเวรกลับไม่ไปทำงาน ตนจึงเดินทางมาดูที่ห้องพักและพยายามเคาะประตูเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงได้ตามเพื่อนร่วมงานและภรรยามาช่วยกันดู โดยภรรยาของตนได้เดินไปเรียกที่หลังบ้านพร้อมพูดขึ้นว่า หากเสียชีวิตแล้วก็ขอให้เปิดประตูได้ง่ายๆ หลังจากนั้นประตูหลังบ้านก็เปิดออกเองทันที สร้างความตกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก เมื่อเข้าไปด้านในจึงพบว่าเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้เมื่อคืนก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายยังขี่รถจักรยานยนต์กลับมาพักผ่อนตามปกติ เป็นคนอัธยาศัยดีร่าเริง และไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง โดยกลุ่มเพื่อนที่นั่งดื่มสังสรรค์ด้วยกันระบุว่า ผู้ตายดื่มเบียร์ไปประมาณ 3 ขวด และบ่นเพียงว่าปวดหลังเท่านั้น
นอกจากนี้ คนใกล้ชิดยังได้เล่าถึงเรื่องราวลี้ลับชวนขนลุกว่า เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน ภรรยาของหัวหน้างานเคยเห็นผู้ตายในลักษณะคล้ายคนไม่มีศีรษะ จึงได้แนะนำให้ไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ ซึ่งผู้ตายได้ทำตามและหลังจากนั้นก็กลายเป็นคนดวงเฮง มีโชคลาภจากการเสี่ยงโชคมาโดยตลอด โดยผู้ตายมักจะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลและถูกรางวัลบ่อยครั้ง ในรอบปีที่ผ่านมาเคยถูกรางวัลที่ 2 จำนวน 2 ใบ ได้เงินรางวัล 400,000 บาท และล่าสุดเพิ่งถูกรางวัลที่ 2 อีกครั้งในงวดวันที่ 1 เมษายน 2569 รวมแล้วถูกรางวัลใหญ่ถึง 2 ครั้งในเวลาไม่ถึงปี รวมถึงรางวัลเลขท้ายอื่นๆ อีกเป็นประจำ และล่าสุดก่อนเสียชีวิต ผู้ตายยังได้สั่งให้ร้านค้าประจำช่วยหาเลขท้าย 46 เพื่อเตรียมจะซื้อในงวดถัดไปอีกด้วย
เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ประสานงานไปยังญาติของผู้เสียชีวิตที่จังหวัดสุพรรณบุรีให้รับทราบเรื่องแล้ว และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์นำร่างส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
Leave a Comment